News Update

6 January 2018 TNS Social Responsibilities

TNS Business Operation is required to have 5 social responsibilities as follows:

  1. Promoting and developing live quality of disables
  2. Promoting education for young generation
  3. Promoting health for the elders
  4. Caring for the environment
  5. Caring for the communities

Mr. Somchai Sampeenong, Senior Executive Officer said a business can grow with or without social responsibility, but doing good for others allows a business to reap rewards in many ways thereby developing longer-term immunity and business sustainability. Nonetheless, TNS has created activities and projects to be socially responsible as following:

  • Supporting financial, knowledge, occupation and making revenue for disables and caretakers follow the Persons with Disabilities Empowerment Act, section 35.
  • Project “Coffee Shop” driven by the disables at Irrigation Dept. market and U-Centre Soi. Chulalongkorn42
  • Donate computers to the schools around Bangpakong area and build the library for Prommanukhro school.
  • “Happy Senior” campaign, providing knowledge and health tips to the elders in Bangpakong Community, Chachoengsao Province.
  • Mangrove Planting at Koh Nok, Ta-Kham district, Chachoengsao Province.
  • TNS has established Sufficiency Economy Learning Center at Prommanukhro School under the concept of “Sufficiency Economy” developed by the late King Rama 9 to promotes the use of resources and local wisdom according to edutainment for children, youths and the public.

Finally, these projects shall be continually developed so, the community, society and the environment, as well as TNS business shall move forward sustainably.

เนื้อข่าวต้นฉบับจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4-6 มกราคม 2561

23 December 2017 รัฐมนตรีพลังงาน ร่วมงานครบรอบ 30ปี TNS

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมแสดงความยินดีกับ บริษัทไทยนิปปอนสตีล คอร์ปอเรชั่น  หรือ TNS ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับงานวิศวกรรมและบำรุงรักษา แท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในทะเล( Offshore Platform) ในประเทศไทย ในโอกาส ครบรอบ30 ปี ของการก่อตั้ง โดยมีบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ร่วมงานอย่างคับคั่ง 
Minister of Energy Congratulates Thai Nippon Steel & Sumikin Engineering & Construction Corp., Ltd.  TNS, which does the business related to engineering and maintenance work of Offshore petroleum platform in Thailand Gulf on the occasion of the 30th anniversary Foundation. Many key persons of petroleum exploration and production industry has attended the event.
เมื่อเร็วๆนี้ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นเกียรติในงานครบรอบ30ปีการก่อตั้ง บริษัทไทยนิปปอนสตีล คอร์ปอเรชั่น หรือ TNS  ภายใต้ธีม ” 30 years of sustainable success ” ซึ่งจัดที่ รร. The Okura Prestige Bangkok  โดยมี นายอากิฮิโระ ซูซูกิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยนิปปอนสตีล จำกัด หรือ TNS  นายชินอิจิ ฟูจิวาระ ประธานบริษัท นิปปอน สตีล แอนด์ ซูมิคิน เอ็นจิเนียริ่ง หรือ NSENGI ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกันบนเวที
Recently, Mr. Siri Jirapongphan, Minister of Energy has attended the 30th anniversary of Thai Nippon Steel & Sumikin Engineering & Construction Corp., Ltd. or TNS, under the theme “30 years of sustainable success”,  at the Okura Prestige Bangkok welcomed by Mr. Akihiro Suzuki, Chief Executive Officer (TNS) and Mr. Shinichi Fujiwara, President of Nippon Steel & Sumikin Engineering Co., Ltd. (NSENGI) and photo session together on stage.
งานดังกล่าวมีบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ร่วมงานตามคำเชิญ อย่างคับคั่ง อาทิ นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน  นายคุรุจิต นาครทรรพ อดีตปลัดกระทรวงพลังงานและอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อดีตอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  นายทรงภพ พลจันทร์ อดีตอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ   นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อดีตอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นายพงศธร ทวีสิน  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.  นายไพโรจน์ กวียานันท์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต
TNS ก่อตั้งเมื่อปี 1987และเป็นผู้นำในธุรกิจเหล็กสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและ งานวิศวกรรม  บำรุงรักษา ที่เกี่ยวข้องกับ แท่นขุดเจาะปิโตรเลียม ในทะเล ( Offshore Platform)  โดยโครงการสำคัญ ในประเทศไทย ที่TNS เข้าไปทำธุรกิจเกี่ยวข้อง อาทิ โครงการ บงกช   อาทิตย์ ของ ปตท.สผ. และโครงการของบริษัทมูบาดาลา และ ซาลาแมนเดอร์

There are many important persons attended to celebrate the memorable event such as Mr. Cherdpong Siriwit, former Permanent Secretary, Ministry of energy, Mr. Kurujit Nakornthap, former Permanent Secretary-Ministry of Energy and former Director General of the Department of Mineral Fuels, Mr. Krairit Nilkuha, former Director General of the Department of Mineral Fuels, Mr. Songpope Polachan, former Director General of the Department of Mineral Fuels, Mrs. Puangthip  Silpasart, former Director General of the Department of Mineral fuels, Mr. Veerasak Pungrassamee, Director General of the Department of Mineral fuels, Mr. Phongsthorn Thavisin, Chief Operating Officer of PTT Exploration and Production Plc (PTTEP) Mr. Pairoj Kaweeyanun, President of Chevron Thailand Exploration and Production.

TNS Founded since 1987 and being the market leader in steel industry, engineering and maintenance business of petroleum platform (Offshore) in Thailand for example; Artit Bongkot, PTTEP and Mubadala and Salamander.



2 December 2017 New energy minister vows quick auctions

Newly appointed Energy Minister Siri Jirapongphan has vowed to rev up the bidding process for the Bongkot and Erawan offshore gas blocks in the Gulf of Thailand.

The concessions for the Bongkot and Erawan blocks are due to expire in 2022 and 2023, respectively.
Mr. Siri, who was executive director of the Petroleum Institute of Thailand, said on his first day on the job that government should accelerate the bidding as soon as possible, as it has been delayed several times the past few years.

The Bongkot and Erawan blocks produce natural gas at a combined average of 2,000 standard million cubic feet per day, comprising 40% of Thailand’s gas demand.
Policymakers decided the auction of the two gas blocks would use production-sharing contracts for the business model, but investors are still waiting for the terms
of reference, which are due to be issued this month by the Mineral Fuels Department.

Mr. Siri said the ministry is in talks with related firms about the details and schedule of the bidding, which he expects to be held soon.
In related news, he said the government will carefully consider the coal-fired power plants scheduled to be developed in Thailand’s southern provinces after the projects received strong opposition from environmental and community activists.

Mr. Siri said policymakers must balance the pros and cons of the power plants carefully because they affect the environment and energy security.
Power demand in the South is rising substantially because of growing tourism, while power supply is about to tighten, putting policymakers in a bind.

Another issue requiring Mr. Siri’s attention is a solution to the palm oil shortage as demand rises in both the food and biodiesel industries.
Thailand normally has a lower crude palm oil supply during the dry season, forcing the government to import crude palm from Malaysia and reduce the proportion allotted to biodiesel. The food industry is given priority over bio-fuel. Biodiesel has a 7% blend of the alternative fuel in the diesel.

 นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานปี 2565-66 (แหล่งก๊าซฯ เอราวัณ-บงกช) เป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างมากจึงจำเป็นต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องขอเวลาทำความเข้าใจกับหลายๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพลังงาน บมจ.ปตท.ในฐานะรับซื้อก๊าซฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะผู้ใช้รายใหญ่ รวมถึงผู้รับสัมปทาน คือ เชฟรอน และ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) และผู้ร่วมทุนเพื่อหาข้อสรุปว่าจะเดินเส้นทางไหนก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและนำข้อมูลเสนอต่อสังคมต่อไป

“การประมูลปิโตรเลียมเอราวัณและบงกชเป็นที่รับทราบในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ หากเรายังไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าประเทศไทยมีเส้นทางที่ชัดเจนในเรื่อองของความมั่นคงพลังงาน หรือความไม่มั่นคงด้านพลังงานเพราะความไม่ชัดเจนของสัมปทานที่จะหมดอายุ หากไม่ทำแต่เนิ่นๆ ก็จะส่งสัญญาณที่ผิดว่าเราไม่สามารถบริหารจัดการอนาคตของเรากันเองได้เลย ซึ่งเรามีกรอบเวลาอยู่แล้วและจะหารือกับผู้บริหารกระทรวงในวันนี้เลย” รมว.พลังงานกล่าว

ความมั่นคงด้านไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะได้หารือกับทุกฝ่าย โดยจะขอเวลา 1 สัปดาห์เพื่อที่จะสรุปแนวทางดำเนินการ โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบและความปลอดภัยของคนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า แต่ขณะเดียวกันความมั่นคงด้านไฟฟ้าก็มีความสำคัญโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นรายได้หลักของประเทศที่จำเป็นต้องคำนึงถึงด้วย จึงจำเป็นจะต้องนำข้อเท็จจริงมาหารือกันที่จะต้องสร้างความมั่นคงไม่ใช่เพื่อกำไรของกิจการไฟฟ้าแต่เป็นความมั่นคงของเศรษฐกิจประเทศโดยเฉพาะกับคนในภาคใต้เอง

กระทรวงพลังงานจะทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกๆ กระทรวง เช่น สัปดาห์หน้าจะหารือกับกระทรวงพาณิชย์หลังจากที่ทราบว่าสต๊อกปาล์มน้ำมันมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นที่จะดูในเรื่องของสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลที่ขณะนี้เป็น บี 7 ว่าจะดูแลอย่างไรเพื่อที่จะมีส่วนทำให้ราคาปาล์มดิบดีขึ้นอย่างไร เพราะการผลิตปาล์มก็เป็นไปตามฤดูกาลแต่ในแง่ของการผลิตน้ำมันนั้นมีการใช้อยู่ทุกวัน